หน้าแรก   |   รู้จักมสช.   |   ข่าวสาร   |   แผนงานโครงการ   |   สื่อเผยแพร่   |   กระดานถามตอบ   |   ติดต่อ
 
 
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
 
ค้นหา

เว็บไซต์แนะนำ


แผนงานโครงการ

สุขภาวะกับสิทธิและการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ 2550

สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย (Thailand health Promotion Institute)

เครือข่ายวิจัยสุขภาพ

ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.)

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)


วัฒนธรรมพื้นบ้านประสานวัดเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของชาวคลอง  Date : 9/09/2007  


   











             โครงการวัฒนธรรมพื้นบ้านประสานวัดเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของชุมชนคลองแห ปีที่ 1 เกิดขึ้นมาจากกลุ่มอนุรักษ์คลองแหร่วมกับเครือข่ายรักษ์คลองอู่ตะเภา และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพจังหวัดสงขลา ได้ร่วมมือกัน โดยนำเอาปัญหาของพื้นที่มาพิจารณาเพื่อช่วยกันหาทางแก้ และค้นหาแนวทางแก้ปัญหาโดยยืนอยู่บนฐานพึ่งตนเอง กล่าวคือ ค้นหาศักยภาพที่มีอยู่ของพื้นที่ นำเอาต้นทุนในด้านต่างๆที่มีอยู่ แล้วเชื่อมร้อยด้วยกระบวนการพัฒนา และความรู้จากภาคีต่างๆ ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายของโครงการ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในจำนวนเงิน 273,100 บาท จากยอดรวมที่ได้รับการสนับสนุน 451,100 บาท (รวมงบประมาณจากโครงการปฎิบัติการชุมชนและเมืองน่าอยู่) ชุมชนคลองแหในปัจจุบันประสบปัญหาจากความเสื่อมโทรมอย่างถึงที่สุดของคลองแห มีขยะ สิ่งปฎิกูล คราบน้ำมัน และน้ำเสียจากเมืองหาดใหญ่ทำให้คลองแหอยู่ในภาวะวิกฤต ในช่วงเวลาที่ผ่านมา วัดคลองแหโดยท่านพระครูปลัดสมพร ฐานธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส พยายามประสานงานเครือข่าย องค์กร หน่วยงานต่างๆ มาร่วมกันแก้ปัญหา จึงได้ริเริ่มโครงการโดยอาศัยต้นทุนและทรัพยากรที่มีอยู่ในพื้นที่ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ วิถีวัฒนธรรม งานบุญประเพณีต่างๆ และภูมิปัญญาทั้งเก่าและใหม่ ประสานความร่วมมือ บูรณาการกับกิจกรรมงานพัฒนา และงานศาสนา เพื่อให้เกิดความอยู่เย็นเป็นสุขให้กับชุมชน ในการดำเนินงาน โครงการได้จัดตั้งคณะทำงานของชุมชนที่ประกอบด้วยฝ่ายสงฆ์และฆราวาส สำรวจต้นทุนในพื้นที่ ทั้งทุนในทางวัฒนธรรม ทุนการพัฒนา ทุนทางศาสนา ทุนบุคคล ทุนเงิน แล้วร่วมกันค้นหาแนวทางการทำโครงการโดยดึงภาคีองค์กรต่างๆเข้ามาทำงานในลักษณะบูรณาการโดยเอาพื้นที่ของชุมชนคลองแหเป็นตัวตั้ง แล้วประสานเชื่อมโยงกิจกรรมทั้งในเชิงพัฒนา วัฒนธรรม และศาสนา เข้าด้วยกัน โดยทั้งนี้เป็นการต่อยอดจากกิจกรรมเดิมของชุมชน กิจกรรมของโครงการเกิดขึ้นอย่างสอดประสานกับกิจกรรมปกติของวัด ทั้งงานบุญประเพณีต่างๆซึ่งได้จัดกันอยู่เป็นประจำและงานพัฒนาที่ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ประกอบไปด้วย 3 แผนงานหลัก ได้แก่ 1. แผนงานพัฒนา มีกิจกรรมย่อย ได้แก่ 1.อบรมการทำน้ำหมักชีวภาพ โบกาฉิ และทำ Em balls เพื่อให้ชุมชนได้นำไปใช้ประโยชน์และนำมาบำบัดน้ำเสียในคลองแห 2.สร้างสวนพฤกษศาสตร์ เป็นสวนพันธ์ไม้ท้องถิ่น 3.ทำฝายหัวเฉียงเพื่อดักขยะและคราบน้ำมันในคลองแห 4.กองบุญชุมชนคลองแห เพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมการพัฒนา 5.เวทีลานวัดประสานชุมชน นำเอาปัญหาต่างๆ หรือเรื่องราวที่น่าสนใจมาพูดคุย 6. เวทีประสานเครือข่าย เพื่อร่วมกันระดมแนวทางแก้ปัญหา 2. แผนงานส่งเสริมวัฒนธรรม มีกิจกรรมย่อย ได้แก่ 1. สร้างกระบวนการเรียนรู้วิถีชุมชน ผ่านมหกรรมแสงสีเสียงย้อนตำนานฯ เพื่อให้คนคลองแหได้รู้จักรากเหง้าของตนและสร้างสำนึกอนุรักษ์บ้านเกิด 2. ทำหลาเทียมดา เป็นการฟื้นฟูประเพณีของชุมชนที่กำลังจะสูญหาย 3.สร้างสื่อการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นเวทีประสานความร่วมมือ หรือการนำเสนอผ่านสื่อวิทยุชุมชน แผ่นพับ 3 ชุด รวมไปถึง VCD กิจกรรมชุมชนคลองแห 3. แผนงานหนุนเสริมกระบวนการทำงาน มีกิจกรรมย่อย ได้แก่การหนุนเสริมกระบวนการทำงาน ผลจากการฟื้นองค์ความรู้ของชุมชนซึ่งมีอยู่เดิมแต่ได้สูญหายไปหรือไม่มีการนำกลับมาใช้ ทำให้เกิดผลในที่มีการสอดประสานและเชื่อมโยงแต่ละกิจกรรมทั้งมีอยู่เดิมและเข้ามาใหม่ ในลักษณะที่สามารถสร้างสุขภาวะแบบองค์รวมให้เกิดขึ้นกับชุมชน ด้านต่างๆ กิจกรรมเด่นๆ ได้แก่ การสร้างฝายเฉียง ที่เกิดขึ้นจากการได้เห็นกิ่งไม้หล่นขวางลำคลองแล้วสามารถดักขยะที่ลอยมาจากต้นน้ำ ทำให้เกิดบันดาลใจสร้างฝายเฉียงขึ้นเพื่อดักตะกอนขยะ น้ำมัน สิ่งปฎิกูลต่างๆในคลองแห แล้วประสานกับทางเทศบาลนำรถมาตักขยะ และบำบัดน้ำเสียด้วยอีเอ็มบอลหรือน้ำหมักชีวภาพอีกครั้ง ซึ่งกำลังพัฒนาไปสู่การเป็นฝายที่มีกะบะทรายหรือกะบะกากมะพร้าวเพื่อดูดซับไขมันและดักตะกอน และมีจักรยานน้ำเพื่อช่วยเติมอากาศ หากการแก้ปัญหาในคลองแหนี้ช่วยบำบัดน้ำให้ดีขึ้นได้ ฝายเฉียงนี้ก็จะเป็นอีกนวตกรรมหนึ่งที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่อื่นๆได้อีกมาก กองบุญชุมชน เพื่อให้มีการดำเนินงานอย่างพึ่งตนเองให้มากที่สุด ทางวัดจึงได้ดำเนินการสร้างพระประจำวันและตั้งตู้บริจาคเพื่อให้ชุมชนได้มีส่วนร่วมนำเงินมาช่วยสนับสนุนการพัฒนาต่างๆ ย้อนตำนานคลองแห ที่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 5000 คน ได้แก่กลุ่มอนุรักษ์คลองแห, กรรมการวัดคลองแห, กรรมการมัสยิด, สมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา, กลุ่มแม่บ้าน, ชมรมโนราโรงครูจังหวัดสงขลา, สสส, เทศบาลตำบลคลองแห, โรงเรียนวัดคลองแห เครือข่ายกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เทศบาลตำบลคลองแห กลุ่มโรงเรียนคลองแห 6 โรงเรียน ได้แก่ คลองแห ท่าไซ เกาะหมี สวัสดิ์บวร หาดใหญ่เทคโนโลยี กลุ่มต้นกล้าอนุรักษ์คลองอู่ตะเภา คณะสงฆ์นำโดยเจ้าคณะจังหวัด เครือข่ายจากจังหวัดพัทลุง เครือข่ายคูเต่า ชมรมโนราโรงครู หนังตะลุง เพลงเรือบางกล่ำ ศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้านบางกล่ำ ศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมคลองแห เครือข่ายวิทยุชุมชน กลุ่มอนุรักษ์คลองแห กลุ่มแม่บ้านอำเภอ ชุมชนที่มาร่วมงานครบทุกหมู่บ้าน 22 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนหลังบิ๊กซี วัดคลองแห เมืองใหม่ เมืองใหม่ 6 บางม่วง ทุ่งปราบ ป่ากัน หนองนายขุ้ย ท่าช้าง หนองทราย ทุ่งน้ำ เกาะหมี คลองควาย บ้านเก่า บ้านคลองแห อัมพวัน หนองบัว บ้านท่าไซ สำราญสุข ศุภสันติ ลับแล ต้องการให้ชุมชนได้มีจิตสำนึกอนุรักษ์คลองแห จึงใช้กิจกรรมย้อนตำนานที่สามารถเชื่อมร้อยใจชาวบ้านได้ ให้อนุชนรุ่นหลังได้เรียนรู้ตำนานที่มาของคลองแหที่เริ่มมีความหลากหลาย การรับรู้ไม่เป็นหนึ่งเดียว และต้องการระดมทุนเพื่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ ในงานมีกิจกรรมย่อย เช่น มีการทำขนมพื้นบ้าน สาธิตกาหลอ รำวง ขนำขี้เมา เรือนโบราณ การละเล่นพื้นบ้านของเด็ก เช่น งูกินหาง ขี่ม้าหางแดง วิ่งเปี้ยว ลากเตราะ ซัดลูกแก้ว มวยตับจาก การแสดงแสงสีเสียงย้อนตำนานคลองแห ลอมข้าว สีข้าว นวดข้าว ฝัดข้าว ทิ่มข้าว ยาดอง ร้านน้ำชา เต้าคั่ว ทำขนมจีนโบราณ กิจกรรมอื่นๆ ยังสามารถประมวลผลในเชิงสุขภาวะด้านต่างๆ ดังนี้ สุขภาพกาย วัฒนธรรมพื้นบ้านและการแสดงท้องถิ่นเป็นภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษได้คิดค้นล้วนแต่ส่งผลต่อสุขภาพทางด้านร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรม การทำน้ำหมักโบกาฉิ การทิ้ง Em ball ในวันพระ ทำให้ได้บริหารส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเกือบทุกส่วน อาทิ การจัดเตรียมส่วนผสมและวัสดุในการทำน้ำหมักรวมไปถึงการทำน้ำหมักและการทิ้ง Em ball ในคลองแหเพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียในคลอง แม้กระทั่งการก่อเจดีย์ทรายจนถึงการบรรจุทรายใส่ถุงจนเสร็จสิ้นขั้นตอนคือการทำเขื่อนหรือการทำฝายแม้ว ล้วนแต่การใช้พลังทางกายด้วยจิตใจอันมุ่งมั่นอันมีจุดมุ่งหมายปลายทางคือความสำเร็จของชุมชนและสังคม ทั้งในความพร้อมเพรียง รักใคร่สามัคคี มีความเข้มแข็ง ได้รับผลร่วมกันทั้งชุมชน กิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันเฉลิมพระชนมพรรษา เพื่อสร้างสวนพฤกษศาสตร์ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน ไม่ว่าการขุดหลุม การเตรียมปุ๋ยเตรียมดิน การขนย้ายพันธุ์พืช การล้อมรั้วต้นไม้ที่ได้ปลูกลงไปแล้ว และการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย การดูแลรักษาหลังจากการปลูกแล้ว เหล่านี้เป็นการสร้างเสริมสุขภาพกายให้แข็งแรง เมื่อต้นไม้เหล่านี้เจริญเติมโตได้สร้างร่มเงาสร้างความร่มรื่น ได้เพิ่มอากาศอันบริสุทธิ์เปรียบเสมือนปอดของชุมชน ส่งผลให้สุขภาวะทางกายของชุมชนและสังคมโดยรวมดีขึ้น การลากพระ การแข่งขันซัดต้ม แข่งขันตีโพน แข่งขันตีกลองพลก ลอยกระทง แข่งขันมวยทะเล และการแข่งเรือยาว ทำให้ทุกส่วนของร่างกายมีความสมบูรณ์ แข็งแรง มีจิตใจแจ่มใสมั่นคง มีการพัฒนาทางอารมณ์ สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ การย้อนตำนานคลองแห เป็นการเล่าเรื่องโดยผสมผสานบูรณาการเอาศิลปะการแสดงพื้นบ้านในเครือข่ายวัฒนธรรมของวัดคลองแห เช่น หนังตะลุง โนรา กลองยาว และเพลงเรือแหลมโพธิ์ มาเป็นสื่อเล่าเรื่องย้อนตำนานของคลองแหได้อย่างผสมกลมกลืนกัน ไม่ว่าการดำเนินเรื่องของหนังตะลุงและโนราหรือขบวนแห่ที่ใช้กลองยาวและเพลงเรือแหลมโพธิ์ เล่าเรื่องย้อนรอยตำนานของคลองแห กิจกรรมนี้กว่าจะสำเร็จลงได้ต้องมีการซ้อมหลาย ๆ ครั้ง จากหลาย ๆ ฝ่าย อาทิ ชมรมโนราโรงครูจังหวัดสงขลา สมาพันธ์หนังตะลุงจังหวัดสงขลา กลุ่มแม่บ้าน ฯลฯ กิจกรรมนี้จะสำเร็จลงได้สุขภาพกายของผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องมีความสำคัญเป็นอันดับต้น สุขภาพใจ ในด้านสุขภาพใจนั้นวัฒนธรรมพื้นบ้านเป็นกิจกรรมที่ให้ทั้งความบันเทิงสนุกสนานที่ส่งผลต่อสุขภาพใจ การปลูกต้นไม้ในวันแม่แห่งชาติ เพื่อสร้างสวนพฤกษศาสตร์เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน การสร้างเขื่อนหรือฝายแม้ว และการทำน้ำหมัก การทิ้ง Em ball เพื่อบำบัดน้ำเสียในคลองแห ประเพณีลากพระที่มีกิจกรรม การแข่งขันซัดต้ม แข่งขันตีโพน แข่งขันตีกลองพลก(กะลา) หรือกิจกรรมประเพณีวันลอยกระทง การแข่งขันมวยทะเล การแข่งขันเรือยาว หรือการย้อนตำนานคลองแหซึ่งได้บูรณาการการแสดงพื้นบ้านหนังตะลุง โนรา กลอนยาว และเพลงเรือแหลมโพธิ์ กิจกรรมเหล่านี้ส่งผลต่อสุขภาพใจของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เช่น ผู้สูงอายุจะมีความปิติมีสุขภาพจิตใจดีขึ้น เมื่อลูกหลานเห็นถึงความสำคัญของตนเอง หรือเมื่อได้พบปะลูกหลาน ญาติ ๆ ตลอดถึงมิตรสหายหรือบุคคลในวัยเดียวกัน ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ถามข่าวสาระทุกข์สุขดิบซึ่งกันและกัน ได้ฟื้นอดีตย้อนคิดถึงความหลัง สิ่งเหล่านี้ส่งผลทางด้านสุขภาพจิตของผู้สูงอายุและลูกหลานที่ได้เห็นถึงรอยยิ้มแห่งความสุขของปู่ย่าตายายของตน และนอกจากความสนุกสนาน ความบันเทิงแล้ว ยังเกิดจิตสำนึกในการอนุรักษ์ สืบสาน หวงแหนภูมิปัญญาท้องถิ่น วัฒนธรรมอันมีค่าของตนมิให้สูญหายไป สุขภาพทางสังคม วัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านที่เป็นกิจกรรมหลักของวัดคลองแหนั้นหลาย ๆ อย่าง มีส่วนที่ส่งผลต่อสุขภาพทางสังคม ไม่ว่า กิจกรรมวันว่าง วันกตัญญู กิจกรรมหลาเทียมดา กิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันพ่อแห่งชาติ การสร้างสวนพฤกษศาสตร์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน การทำเขื่อนหรือฝายแม้ว การทำน้ำหมัก โบกาฉิ และการทิ้ง Em ball เพื่อแก้ปัญหาน้ำเสียในคลองแห กิจกรรมลากพระ การแข่งขันซัดต้ม แข่งขันตีโพน แข่งขันตีกลองพลก กิจกรรมลอยกระทง แข่งขันมวยทะเล การแข่งเรือยาว กองบุญชุมชน และการย้อนตำนานคลองแห ทุกกิจกรรมที่ทางวัดคลองแหได้จัดขึ้นนั้น ชุมชน สังคม และเครือข่ายทางวัฒนธรรมต่างเข้ามามีส่วนร่วมทุกกิจกรรมโดยมีวัดคลองแหเป็นศูนย์กลาง โดยได้นำเอาประเพณีวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาสะท้อนถึงความเป็นจริงของวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีลักษณะเด่นของการสื่อความคิดความรู้สึก ความสนุกสนานเพลิดเพลิน ทั้งในส่วนบุคคลและส่วนรวม งานบุญ การบวงสรวง ผีสางเทวดา สิ่งเหล่านี้ส่งผลให้ชุมชนมีโอกาสได้มาพบปะเรียนรู้ ร่วมสังสันท์ มีกิจกรรมพัฒนาร่วมกันเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมมีความสุขทั้งกระบวนการ สุขภาพปัญญาหรือจิตวิญญาณ วัฒนธรรมพื้นบ้านล้วนแต่แฝงคติทางปัญญาหรือปริศนาธรรมซ่อนอยู่ในตัวของกิจกรรม ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพทางด้านปัญญาหรือจิตวิญญาณ ไม่ว่ากิจกรรมหลาเทียมดา ที่มีความเชื่อว่า ครบรอบ 1 ปี เทวดาที่รักษาคุ้มครองหมู่บ้านจะเปลี่ยนองค์ใหม่มาแทนองค์เก่า ชาวบ้านจึงต้องจัดทำหลาเทียมดานำเครื่องเซ่นไหว้มาตั้งหลาเทียมดาเพื่อส่งเทวดาองค์เก่าและรับเทวดาองค์ใหม่ การบำบัดน้ำเสียในคลองแหรองรับจัดกิจกรรมวันลอยกระทงเพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่น้ำ กิจกรรมปลูกต้นไม้ในวันพ่อแห่งชาติ เพื่อสร้างสวนพฤกษศาสตร์รำลึกถึงพระคุณของป่าไม้ กิจกรรมประเพณีลากพระรำลึกถึงวันที่พระพุทธเจ้าโปรดพุทธมารดา การแข่งเรือยาวมีการบวงสรวงแม่ย่านางเรือ การย้อนตำนานคลองแห ที่นำเอาตำนาน ความศรัทธาทางศาสนามาเชื่อมโยงให้ชุมชนได้รู้จักรากเหง้าของตนและสืบสานเจตนารมณ์ของบรรพบุรุษ กิจกรรมเหล่านี้ล้วนแต่มีความเชื่อด้านจิตวิญญาณและปริศนาธรรมที่แฝงอยู่ ผู้ร่วมกิจกรรมต้องใช้ปัญญาแล้วจะเข้าถึงจิตวิญญาณของประเพณีและวัฒนธรรมที่บรรพชนได้ใช้ภูมิปัญญาคิดค้นมาทั้งสิ้น และประการสำคัญที่สุด ในการดำเนินการโครงการคณะทำงานทุกคนต่างอาสาสมัครมาช่วยงานโครงการโดยไม่คิดค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้น ด้วยความตระหนักถึงคุณค่าการช่วยพัฒนาชุมชนที่ตนได้อาศัยพักพิงและใช้ประโยชน์ จิตวิญญาณอาสาของเหล่าคณะทำงานก็เป็นอีกจุดเด่นของโครงการ • ชุมชนคลองแห เป็นตำบลใหญ่ในเขตอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีเนื้อที่ประมาณ 40 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของตัวเมืองหาดใหญ่ ทางเหนือติดต่อกับ 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลบ้านหาร ตำบลแม่ทอม ตำบลคูเต่า โดยมีคลองอู่ตะเภากั้นเขต ทิศใต้ติดต่อกับเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ทิศตะวันออกติดต่อกับตำบลน้ำน้อย ทิศตะวันตกติดต่อกับตำบลคลองอู่ตะเภา การปกครอง แบ่งออกเป็น 11 หมู่บ้าน 25 ชุมชน รวมจำนวนประชากร 21,395 คน ( 1 มิย.47) มีจำนวนครัวเรือน 6,075 ครัวเรือน อาชีพ เกษตรกร 55.45 % รับจ้าง 29.85% ค้าขาย 11.70% อื่นๆ 3 % จุดเด่นของพื้นที่ ตั้งอยู่บนถนนลพบุรีราเมศวร์ ติดกับเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมฉลุง ซึ่งในอนาคตจะเป็นนิคมอุตสาหกรรม เป็นที่ตั้งของมัสยิดกลาง จ.สงขลา ซึ่งเป็นศูนย์รวมของพี่น้องมุสลิม และอยู่ใกล้กับสนามบินหาดใหญ่ เป็นชุมชนที่ไม่มีความขัดแย้งทางเชื้อชาติ ศาสนา ประชาชนอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข
รายการอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

หน้าแรก   |   รู้จักมสช.   |   ข่าวสาร   |   แผนงานโครงการ   |   สื่อเผยแพร่   |   กระดานถามตอบ   |   ติดต่อ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 www.thainhf.org, Email :
2003 National Health Foundation All right Reserved Terms of used.