หน้าแรก   |   รู้จักมสช.   |   ข่าวสาร   |   แผนงานโครงการ   |   สื่อเผยแพร่   |   กระดานถามตอบ   |   ติดต่อ
 
 
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
 
ค้นหา

เว็บไซต์แนะนำ


แผนงานโครงการ

สุขภาวะกับสิทธิและการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ 2550

โครงการเสริมสร้างทักษะความสามารถภาคีเครือข่าย <br>ด้านการจัดการความรู้ การถอดบทเรียนและการบริหารเครือข่าย

สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย (Thailand health Promotion Institute)

เครือข่ายวิจัยสุขภาพ

ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.)

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)


ชุมชนวัดไชยทิศ ต้นแบบชุมชนเมืองน่าอยู่ของผู้สูงอายุ  Date : 5/10/2010  

แม้ว่าเมืองใหญ่จะเต็มไปด้วยความเจริญทางด้านวัตถุ แต่ทว่าความสัมพันธ์ของผู้คนในมหานครทั้งหลายกลับค่อนข้างห่างเหิน เพราะสถาบันพื้นฐานของผู้คนในเมืองใหญ่คือครอบครัวเดี่ยว หาใช่ครอบครัวขยายที่เชื่อมร้อยสายสัมพันธ์เป็นชุมชนเครือญาติที่ไปมาหาสู่กันดังเช่นในชนบทไม่
 
ด้วยเหตุนี้การจัดสวัสดิการของชุมชนเพื่อผู้สูงอายุในเขตเมืองจึงมีความยากมากกว่าชุมชนในต่างจังหวัดที่สามารถอาศัยความสัมพันธ์ฉันญาติมิตรไปมาหาสู่ดูแลกันได้โดยง่าย แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีชุมชนเมืองที่ประสบความสำเร็จในการดูแลผู้สูงอายุเสียทีเดียว...
 
จากการศึกษาของรองศาสตราจารย์ เล็ก สมบัติ คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในโครงการวิจัยการขับเคลื่อนระบบบริการอย่างบูรณาการเพื่อสิทธิและสุขภาวะของผู้สูงอายุในระดับชุมชน พบว่า ชุมชนวัดไชยทิศ แขวงบางขุนศรี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร มีลักษณะของชุมชนเมืองหลายประการ เช่น มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น มีอาชีพแตกต่างหลากหลาย มีฐานะแตกต่างกัน และมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วด้านการใช้ชีวิตประจำวัน แต่กลับมีกลุ่มจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุเกิดขึ้น
 
ชุมชนวัดไชยทิศ เป็นชุมชนขนาดกลาง ประเภทชุมชนหนาแน่น มีขนาดพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ มีบ้านเรือนทั้งสิ้น 203 หลังคาเรือน 415 ครอบครัว โดยสภาพบ้านเรือนมีความแออัด ส่วนใหญ่เป็นบ้านสองชั้น ไม่มีรั้วรอบขอบชิด ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 1,140 คน และมีผู้สูงอายุทั้งสิ้น 255 คน
 
สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิด “โครงการจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุ” ชุมชนวัดไชยทิศ มาจากกระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วมระหว่างนักวิจัยในโครงการวิจัยการขับเคลื่อนระบบบริการอย่างบูรณาการเพื่อสิทธิและสุขภาวะของผู้สูงอายุฯ ที่ร่วมกับชุมชนในการทำวิจัย ตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์และแสดงความคิดเห็น การเสนอแนวทางจัดบริการเพื่อการแก้ไขปัญหาหรือช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน ส่งผลให้การดูแลผู้สูงอายุในชุมชนวัดไชยทิศมีพัฒนาการจากการดูแลทั่วๆ ไป เป็นการดูแลที่มีรูปแบบและมีหลักในการทำงานมากขึ้น
 
หลังจากคณะนักวิจัยได้ลงพื้นที่โดยใช้กระบวนการวิจัยแบบมีส่วนร่วม จนนำไปสู่การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนจัดทำแผนการจัดบริการผู้สูงอายุอย่างบูรณาการในชุมชนวัดไชยทิศ ซึ่งมีการปรึกษาหารือและตกลงร่วมกันว่าจะจัดทำโครงการจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุ ก็ได้มีผู้มีจิตอาสาภายในชุมชน 23 คน อาสาเข้ามาทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้ดูแล หรือเป็นเพื่อนบ้านไปเยี่ยมพูดคุยสอบถามการกินอยู่ โรคภัยไข้เจ็บ และปัญหาความต้องการของผู้สูงอายุ 71 คน ทั้งที่อยู่ในบ้านและอยู่บ้านใกล้เคียง และบางครั้งก็อาสาทำหน้าที่พาผู้สูงไปพบแพทย์ตามนัดหรือไปรับการตรวจสุขภาพที่สถานพยาบาล
 
โดยมีเครื่องมือสำคัญ คือ “สมุดบันทึกจิตอาสาขับเคลื่อนสิทธิและสุขภาวะผู้สูงอายุ” เพื่อให้ผู้สูงอายุทุกคนมีไว้บันทึกข้อมูล ทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลสุขภาพ การตรวจ การรักษา ข้อมูลสุขภาวะทางจิต สังคม เศรษฐกิจ ตลอดจนตารางการตรวจเยี่ยมของกลุ่มจิตอาสา ซึ่งเป็นประโยชน์ในการส่งต่อข้อมูลในการดูแลผู้สูงอายุในกลุ่มจิตอาสาและกลุ่มผู้ให้บริการอื่น ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับบริการที่ตรงตามความต้องการและรวดเร็วโดยไม่ต้องมีการสอบถามข้อมูลพื้นฐานอีกครั้ง
 
รศ. เล็ก ได้สรุปปัจจัยภายในที่เป็นสิ่งสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดกลุ่มจิตอาสาในชุมชนวัดไชยทิศ ว่า มาจากเหตุปัจจัย 5 ประการ คือ
 
1.ลักษณะที่ตั้ง เนื่องจากชุมชนวัดไชยทิศเป็นชุมชนขนาดกลาง มีเนื้อที่แค่ประมาณ 12 ไร่ และมีการปลูกสร้างบ้านติดๆ กัน ทำให้การไปมาหาสู่กันทำได้โดยง่าย
 
2.ความสัมพันธ์ในชุมชน ความสัมพันธ์ในชุมชนวัดไชยทิศเป็นแบบกลุ่มชุมชนที่มีความเป็นเครือญาติสูง ซึ่งเกิดจากการแยกครอบครัวออกไปแต่ยังอาศัยอยู่ในชุมชนเดิม
 
3.ปัญหาด้านสุขภาพนำไปสู่การพึ่งพา ในชุมชนวัดไชยทิศเป็นสังคมผู้สูงอายุ คือมีผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปถึงร้อยละ 22.37 ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะพึ่งพาสมาชิกในครอบครัวในระดับเล็กน้อย คือ การพึ่งพาทางด้านอารมณ์จิตใจ และด้านเศรษฐกิจมากกว่า ดังนั้นโครงการจิตอาสาจึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้สูงอายุทางด้านจิตใจได้เป็นอย่างดี
 
        4.ความเข้มแข็งของกลุ่มแกนนำ กลุ่มแกนนำในชุมชนมีความเข้มแข็ง กอปรกับประธานชุมชนเป็นผู้หญิงที่มีภาวะผู้นำสูง มีวิสัยทัศน์ และมีการทำกิจกรรมร่วมกับหน่วยงานภายนอก ตลอดจนสร้างเครือข่ายกับประธานชุมชนใกล้เคียง ทำให้เป็นที่ยอมรับของสมาชิกในชุมชนและสามารถระดมความร่วมมือภายในชุมชนได้ง่าย
 
5.การมีกลุ่มกิจกรรมของผู้สูงอายุ ชมรมผู้สูงอายุเป็นกลุ่มกิจกรรมแรกที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุในชุมชน ซึ่งเริ่มจากการรวมตัวกันอย่างไม่เป็นทางการ จนกระทั่งมีการจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ มีการจัดกิจกรรมต่างๆ อย่างต่อเนื่องทำให้ได้รับความเชื่อถือและมีศักยภาพในการระดมความร่วมไม้ร่วมมือจากคนในชุมชน
 
        เหล่านี้คือปัจจัยที่ทำให้ “โครงการจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุ” ในชุมชนวัดไชยทิศเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ยังผลให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลมากขึ้นและมีความชัดเจนขึ้น ผู้สูงอายุและผู้ดูแลต่างทราบว่าใครดูแลใคร ตลอดจนทราบว่าเมื่อต้องการความช่วยเหลือจะไปติดต่อที่ใด นอกจากนี้ยังส่งผลให้ครอบครัวผู้สูงอายุมีท่าทีเปลี่ยนแปลงไป อาทิ ใส่ใจผู้สูงอายุมากขึ้น เปิดรับฟังคำแนะนำ และรับรู้สิทธิของผู้สูงอายุมากขึ้น
 
และที่สำคัญคือส่งผลต่อสุขภาวะของผู้สูงอายุในชุมชน ที่รู้สึกอบอุ่นใจ ไม่เหงา ได้รับรู้สิทธิของตัวเอง และได้ประโยชน์จากการมีสมุดบันทึกประจำตัว
 
แม้วันนี้ “โครงการจิตอาสาดูแลผู้สูงอายุ” ในชุมชนวัดไชยทิศจะเป็นเพียงต้นกล้าที่รอวันเติบโตและหยั่งรากลึก แต่คุณูปการอันสำคัญของโครงการนี้ก็คือการเป็นต้นแบบที่แสดงให้เห็นว่า หากชุมชนใดร่วมมือร่วมใจกันบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งจิตอาสาให้งอกงามได้เต็มพื้นที่ ชุมชนนั้นก็กลายเป็นชุมชนที่น่าอยู่สำหรับผู้สูงอายุได้ โดยไม่เกี่ยงว่าเป็นชุมชนชนบทหรือชุมชนเมืองก็ตาม
รายการอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

หน้าแรก   |   รู้จักมสช.   |   ข่าวสาร   |   แผนงานโครงการ   |   สื่อเผยแพร่   |   กระดานถามตอบ   |   ติดต่อ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 www.thainhf.org, Email :
2003 National Health Foundation All right Reserved Terms of used.