หน้าแรก   |   รู้จักมสช.   |   ข่าวสาร   |   แผนงานโครงการ   |   สื่อเผยแพร่   |   กระดานถามตอบ   |   ติดต่อ
 
 
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
 
ค้นหา

เว็บไซต์แนะนำ


แผนงานโครงการ

สุขภาวะกับสิทธิและการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ 2550

สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย (Thailand health Promotion Institute)

เครือข่ายวิจัยสุขภาพ

ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.)

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)


ภาคประชาชนเคาะประตูกฎหมายเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าชื่อ  Date : 13/09/2010  

คอลัมน์: รายงานพิเศษ: 

ตอตะโก

          กระแสการตื่นตัวทางการเมืองและความต้องการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองของสังคมไทยนับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนนับเป็นหัวใจของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย


          ในรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 163 ได้กำหนดรับรองสิทธิให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าหนึ่งหมื่นคน มีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายต่อประธานสภา เพื่อให้รัฐสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตามที่กำหนดในหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน และหมวด 5 ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ


          ซึ่งหลักการดังกล่าวได้เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2540 ตาม พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมาย 2542 ที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเข้าชื่อเสนอกฎ หมายต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 5 หมื่นคน


          การลดจำนวนประชาชนที่มีสิทธิเข้าชื่อลงก็เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีสิทธิ มีบทบาท และมีส่วนร่วมในการเสนอกฎหมายได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม


          นอกจากการลดจำนวนรายชื่อแล้ว ในรัฐธรรมนูญ 2550 ยังได้กำหนดให้ผู้แทนราษฎรของประชาชนที่เข้าชื่อกันนั้น สามารถเข้าชี้แจงหลักการของร่างกฎหมายในที่ประชุมวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร โดยกำหนดให้ผู้แทนของประชาชนสามารถเข้ารวมในคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวได้อีกด้วย


          จากบทเรียนในอดีตที่ผ่านมา ปัญหาการเข้าชื่อเสนอกฎหมายของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ 2540 ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของเครือข่ายภาคประชาชน พบว่าปัญหาเกิดจาก


          1.การรวบรวมรายชื่อและฐานข้อมูล ที่ต้องใช้เอกสารประกอบ ทั้งสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านเป็นจำนวนมาก แต่ปัญหาที่พบมากคือขาดสำเนาทะเบียนบ้าน ทำให้ต้องใช้เวลาในการรวบรวม การจัดการนานพอสมควร และมีค่าใช้จ่ายสูง
          2.กระบวนการของรัฐสภา ซึ่งมีขั้นตอนในการตรวจสอบสิทธิผู้เข้าชื่อและความถูกต้องของเอกสารใช้เวลาที่ยาวนานมาก ซึ่งอาจจะมาจากขั้นตอนต่างๆ เช่น การส่งรายชื่อไปให้กรมการปกครองเป็นผู้ตรวจสอบ เพราะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีภารกิจจัดการเลือกตั้ง ส่งผลให้ร่างกฎหมายของภาคประชาชนเข้าสู่การพิจารณาของสภาไม่ทัน
          รวมถึงระบบการประมวลผลของข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในแฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์ของรัฐสภา จึงทำให้มีการตรวจสอบแฟ้มข้อมูลและประมวลผลใหม่ ทำให้ใช้ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าปกติ
          3.สมาชิกรัฐสภาไม่ให้ความสำคัญ หรือให้ความสำคัญน้อย เกี่ยว กับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพิจารณากฎหมายที่เสนอโดยการเข้าชื่อของประชาชน จึงไม่ค่อยให้ความร่วมมือ เหล่านี้ทำให้ประชาชนยังไม่สามารถใช้สิทธิของตนในการมีส่วนร่วมในการเข้าชื่อเสนอกฎ หมายอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลได้อย่างแท้จริง ทั้งที่การยกร่างกฎหมายภาคประชาชนนั้นจำเป็นต้องได้รับความร่วมมือทั้งจากประชาชนและสมาชิกของรัฐสภา


          ด้วยเหตุนี้ เครือข่ายภาคประชาชนจึงก่อตั้งคณะทำงานเพื่อทำการศึกษาความต้องการของภาคประชาชนว่าต้องการให้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมายมีสาระสำคัญอย่างไร และได้ดำเนินการจัดการทำร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ.....ของภาคประชาชน โดยปรับปรุงแก้ไขจากกฎหมายเดิมที่มีอยู่ รวมทั้งสนับสนุนผลักดัน จัดให้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ทำให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมเสนอกฎหมาย และเกิดการมีส่วนร่วมทางการเมือง ด้วยการดำเนินการรวบรวมรายชื่อในทุกภาคส่วน เป็นจำนวน 13,320 รายชื่อ เพื่อเสนอต่อรัฐสภา


          ทั้งนี้สาระหลักของร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย พ.ศ..... ของภาคประชาชน เป็นไปตามหลักการที่ว่า 1.จะต้องสอดคล้อง กับการพัฒนากฎหมายภาคประชาชนอันเป็นฐานสำคัญในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย  2.สอดรับกับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาชน ตลอดจนการรับฟังความคิดเห็นตามบริบทของรัฐธรรมนูญ อันเป็นช่องทางในการเข้าชื่อเพื่อเสนอกฎหมายตามความต้องการของกลุ่มประชาชน หรือชุมชน เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์และสิทธิของประชาชนโดยประชาชนเอง 3.ให้กระบวนการเข้าชื่อเสนอ กฎหมายฉบับอื่นๆ ของภาคประชาชน สามารถดำเนินการได้ง่าย ประหยัด และเห็นผลเป็นรูปธรรมได้มากยิ่งขึ้น


          เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นเสมือนประตูนำภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในทางการเมือง โดยเฉพาะการใช้อำนาจนิติบัญญัติ อันส่งผลให้ประชาชนมีสำนึกประชาธิปไตย เข้าใจกฎหมายที่ตนร่วมให้ชื่อ และจะมีความเคารพต่อกฎหมายมากยิ่งขึ้น.--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์

รายการอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

หน้าแรก   |   รู้จักมสช.   |   ข่าวสาร   |   แผนงานโครงการ   |   สื่อเผยแพร่   |   กระดานถามตอบ   |   ติดต่อ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 www.thainhf.org, Email :
2003 National Health Foundation All right Reserved Terms of used.