หน้าแรก   |   รู้จักมสช.   |   ข่าวสาร   |   แผนงานโครงการ   |   สื่อเผยแพร่   |   กระดานถามตอบ   |   ติดต่อ
 
 
ยินดีต้อนรับเข้าสู่เว็บมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
 
ค้นหา

เว็บไซต์แนะนำ


แผนงานโครงการ

สุขภาวะกับสิทธิและการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ 2550

สถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย (Thailand health Promotion Institute)

เครือข่ายวิจัยสุขภาพ

ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.)

มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.)


ขึ้นได้ต้องใจกล้าถ้าจะใช้บริการขนส่งสาธารณะ  Date : 12/11/2010  

หากเป็นคนหนึ่งที่ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะ และต้องเผชิญกับความตื่นเต้นหวาดเสียวทุกครั้งที่ใช้บริการ อย่างประสบเหตุการณ์ดังต่อไปนี้
        
          รถเมล์ขับแข่งกันประหนึ่งเป็นเด็กแว้นซิ่งมอเตอร์ไซค์ยามค่ำคืน, รถเมล์สาย 8 ตีนผีตัวแม่ของวงการรถเมล์ไทย ไม่แข่งกับใครแต่ใจอยากจะซิ่ง, รถตู้โดยสารประจำทางที่ชอบปาดซ้ายปาดขวา ซอกเล็กๆ ยังขอเบียดเพื่อให้ไปถึงจุดหมายโดยเร็วที่สุด, รถโดยสารข้ามจังหวัดคนขับหลับในตกคู หรือแม้แต่เวลากำลังจะก้าวขึ้นรถเมล์ ขายังไม่ถึงฝั่ง แต่รถเจ้ากรรม   ก็พุ่งตัวออกจากป้ายแล้ว
          ถ้าเช่นนั้นก็คงเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกหดหู่และตระหนกไปกับเหตุการณ์รถตู้โดยสารสายปากน้ำ-หมอชิตตกทางด่วนพระรามหก
          การสูญเสียครั้งนี้นับว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ เพราะมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้สังคมต้องหันกลับไปดูว่า ระบบขนส่งมวลชนหรือระบบบริการขนส่งสาธารณะที่หลายคนฝากชีวิตบนท้องถนนไว้บนมือของคนขับที่กุมจับพวงมาลัย คุ้มค่าที่จะเสี่ยงหรือเปล่าอุบัติเหตุบอกอะไร?
          กรณีรถตู้ตกทางด่วนพระรามหกที่ รศ.ดร.ธวัชชัยเหล่าศิริหงส์ทอง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการจราจรและขนส่ง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นจนมีผู้เสียชีวิตมากมาย มีปัจจัย 3 ตัวมากำหนด คือ    คนขับ ตัวรถ และสภาพถนน

          "สาเหตุที่ทำให้รุนแรงข้อแรกคือ   ตัวถนนในจุดที่ชนเป็นจุดที่ภาษาทางเทคนิคเรียกว่า Gore Area หมายถึงพื้นที่เป็นทางร่วมหรือทางแยกสาเหตุที่อุบัติเหตุครั้งนี้รุนแรงก็เพราะมันตกทางด่วน ต้องเข้าใจอย่างนี้ก่อนถ้าไม่ตก ก็จะรุนแรงน้อยกว่านี้ ซึ่งตัวถนนเมื่อเกิด การชนมันมีโอกาสที่รถจะตกทางด่วน"

          ส่วนตัวรถพบว่า ภายในมีวัสดุที่ติดไฟง่ายประตูแบบเลื่อนไม่สามารถเปิดออกได้เมื่อถูกกระแทกและไม่มีเข็มขัดนิรภัยในที่นั่งผู้โดยสารถ้าสังเกตจากคนขับซึ่งรอดชีวิตน่าจะเป็นเพราะคนขับคาดเข็มขัดนิรภัยและสามารถเปิดประตูหนีออกมาได้

          "อีกประเด็น เราสันนิษฐานว่า ตอนที่รถวิ่งเสย Gore Area ช่วงล่างของรถซึ่งเป็นถังน้ำมันเครื่องมีรอยฉีกขาดและอยู่ใกล้กับท่อไอเสียซึ่งมีความร้อนสูง จึงทำให้เกิดการติดไฟเราคิดว่าไฟไหม้อาจเกิดจากถังน้ำมันแตก เพราะว่ารถคันนี้มีการปรับเปลี่ยนเครื่องคือในหลักการของเครื่องยนต์จะต้องออกแบบให้ท่อไอเสียซึ่งมีความร้อนสูงอยู่คนละฝั่งกับถังน้ำมันแต่ปรากฏว่าเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนท่อไอเสียมันมาติดกับท่อน้ำมัน
          "
และเมื่อไปตรวจตัวรถตู้ เราพบว่าติดถังแก๊สเอ็นจีวีอยู่สองถังถ้าบรรจุแก๊สเต็มจะหนักประมาณ 300 กิโลกรัม ถ่วงอยู่ข้างหลังและในตัวบอดี้ของรถก็มีเบาะ 14 ที่นั่ง ซึ่งเป็นเบาะทรงยกสูงทำให้จุดศูนย์ถ่วงของรถเพี้ยน ควบคุมยากถ้าวิ่งด้วยความเร็วสูง"สถิติชวนตะลึง

          จากการวิเคราะห์ของผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการจราจรและขนส่งในกรณีรถตู้นี้ ทำให้พบว่าสภาพถนนและตัวรถก็เป็นสาเหตุสำคัญไม่แพ้ตัวคน
          แต่ในรายงานการศึกษาวิจัย สถานการณ์อุบัติเหตุรถโดยสารมาตรฐานความปลอดภัยรถโดยสารสาธารณะ สิทธิของผู้โดยสารรถโดยสารสาธารณะของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ มีสถิติอันน่าตกตะลึงออกมาว่า สาเหตุส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 75 มาจากความผิดพลาดของคน ที่เหลือคือความบกพร่องของยานพาหนะ ร้อยละ 14 และสภาพถนนที่ไม่ปลอดภัยร้อยละ 11 ซึ่งอุบัติเหตุรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศเฉลี่ยแล้วเกิดขึ้นถึง 3,000-4,000 ครั้งต่อปี นี่ยังไม่ได้รวมถึงรถโดยสารขนาดเล็กต่างๆ

          สาเหตุจากคนที่ว่านี้ก็คือ ปัญหาขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กำหนด การปาดหน้าแซงรถคันอื่นในอัตรากระชั้นชิด และการแซงซ้ายอย่างผิดกฎหมาย
          สถิติร้อยละ 75 จากคนนี้ ทำให้ต้องถามหามาตรฐานของคนขับกันใหม่มาตรฐานต่ำของแท้

          การเติบโตและไต่เต้าขึ้นในสังคมของคนให้บริการรถโดยสารสาธารณะ มีไม่น้อยทีเดียวที่มาจากสถานภาพ เด็กท้ายรถ มาก่อน แล้วจึงก้าวหน้ามาเป็นคนขับรถได้ กลายสภาพเป็น มือใหม่หัดขับ แต่รถเมล์รถตู้ไม่ใช่รถส่วนตัวที่แปะป้ายมือใหม่หัดขับแล้วคนทั่วไปจะเห็นใจ เพราะระบบขนส่งสาธารณะคือการรับผิดชอบผู้โดยสารทั้งรถ ส่งให้เขาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ ไม่ใช่สถานที่ลองขับของมือใหม่

          อาชีพที่กุมชีวิตคนจำนวนมากกลับไม่ได้รับ การดูแลจากภาครัฐและผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่จะพัฒนาเรื่องนี้ให้เป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานวิชาชีพต่อไป เห็นเป็นเพียงแค่อาชีพ เหลือเลือก เท่านั้น

          ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพยายามผลักดันให้รัฐต้องตรากฎระเบียบว่าด้วยมาตรฐานพนักงานขับรถ ระบบค่าจ้าง สวัสดิการ ระยะเวลาการทำงาน การพักผ่อนที่เหมาะสม วินัย มาตรฐานวิชาชีพของพนักงานขับรถ รวมถึงการจัดตั้งโรงเรียนสอนขับรถสาธารณะหรือจัดให้มีการอบรมโดยมีหนังสือรับรองวิชาชีพ
          แต่ในเมืองไทย อะไรๆ ก็เหมือนโยนหิน   ลงน้ำ ดังอยู่เพียงชั่วครู่   แล้วเรื่องก็จมลงก้นบ่อ     ผู้โดยสารตาดำๆ ก็ต้องระทึกขวัญกันต่อไปอย่าง   ไร้ทางเลือกสำหรับมุมมองของคนโดยสารที่ต้องฝากชีวิตน้อยๆ ที่มีเพียงชีวิตเดียวไว้ในกำมือของคนขับอย่าง ปิติพร กิติรัตน์ตระการ อาชีพพนักงานบริษัท เธอกล่าวว่า หากเลือกได้ตอนนี้ก็ไม่อยากจะนั่งรถสาธารณะแล้ว

          "บางครั้งต้องไปทำธุระแล้วต้องนั่งรถตู้สายจตุจักร-บางใหญ่ เขาไม่ค่อยเคารพกฎจราจรเท่าไหร่ ทางที่แยกออกก็เข้า ทางที่เขาให้เข้าก็ออก แล้วจริงๆ ต้องวิ่งข้างล่างเพื่อส่งผู้โดยสารตามป้าย แต่ว่าก็ขึ้นสะพาน แล้วพอมีคนบอกว่าจะลง ก็ออกไปส่งไม่ได้ เขาใช้วิธีหยุดแล้วปล่อยคนลงกลางสะพานเลย บางคันที่นั่งก็เก่ามากจนรู้สึกเหมือนรถจะพัง เหล็กจะหัก พอรถเก่าประตูมันปิดยาก ก็เปิดออกตอนวิ่งเสียอย่างนั้น
          "จริงๆ มันก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของทางส่วนกลางอย่างเดียว แต่ตัวเจ้าของอู่ด้วย ว่าเขาจะสกรีนคนมาขับยังไง แล้วคนที่ขับก็น่าจะรู้ตัวเองด้วยว่าพร้อมหรือเปล่า เพราะเขาเป็นคนที่ต้องพาหลายชีวิตเดินทางไปกับเขา เขาไม่น่าจะปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น อีกอย่างคือทางศูนย์ก็ต้องเช็กรถด้วย ก่อนที่จะเอามาขับ หรือว่าถ้ารถเก่าก็ไม่ต้องเอามาวิ่งแล้ว คนเขาก็ไม่อยากขึ้น ถ้าเขาเลือกได้นะ ดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่"

          ปิติพรไม่ได้มีประสบการณ์กับรถตู้เพียงอย่างเดียว แต่รถเมล์สายที่ว่ากันว่าห้าวติดอันดับอย่างสาย 8 เธอที่เคยพิสูจน์ความแรงมาแล้ว และระลึกทุกครั้งว่าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ
          "เมื่อก่อนต้องนั่งสาย 8 บ่อยๆ เพราะบ้านอยู่แถวลาดพร้าว ก็รู้ว่าถ้าเราขึ้นสายนี้ก็ต้องเตรียมตัวเตรียมใจแล้วนะ จะมานั่งสวยๆ ไม่ได้แล้ว เคยนั่งแถวหลังสุดตรงกลางที่ไม่มีที่จับ คือต้องนั่งแบบเอาทุกส่วนเกาะกับพื้นรถไว้ แล้วเอามือจิกเบาะไว้ ห้ามไม่ให้ตัวเราเคลื่อนได้ ไม่รู้ว่าจะต้องรีบอะไรกันขนาดนั้น"คำให้การจากคนขับรถสาธารณะ
          แม้ว่าจะเป็นหนึ่งในคนที่ถูกจับตามองมากขึ้นจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ คนขับรถตู้รับจ้างสายอยุธยา-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ อย่าง ศุภนัสเทพ สระบัว ก็บอกว่าคิดว่า   ไม่น่าพลาดได้ เพราะไม่มีใครอยากให้    เกิดขึ้นอยู่แล้ว
          "รู้สึกเสียดายกับเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่น่าพลาด คนขับรถอย่างเราถึงจะเร่งด่วนขนาดไหน น่าจะมีการเซฟตัวเองด้วย ไม่มีใครอยากเสียอาชีพโดยการทำให้เกิดอุบัติเหตุ   มีน้อยมากที่คนขับรถตู้จะมีอาการหลับใน เพราะต้องมีสติ ตั้งสติ เตรียมความพร้อมอยู่เสมอ มีคนโดยสารมากับเราหลายคน"
          แม้ตอนนี้ทางภาครัฐจะให้ทำใบขับขี่ประเภทที่สอง ที่รับรองว่าคนขับเป็นผู้มีความสามารถพอที่จะขับรถโดยสารรับจ้าง แต่คนขับคนนี้กลับชี้ให้เห็นว่า ถึงจะมีบัตรอะไรอีกกี่ใบแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์ ถ้าขับอย่างไม่ระมัดระวัง
          "ใบขับขี่เป็นแค่มาตรการตามกฎหมาย ไม่สามารถลดทอนการเกิดอุบัติเหตุได้เลย มันอยู่ที่ความพร้อมของ   ตัวคนขับเป็นสำคัญ กฎหมายออกมาว่ารถตู้รับจ้างต้องวิ่งซ้ายตลอดแต่มันกระทำไม่ได้ เพราะวิ่งซ้ายมันสำหรับให้วิ่งช้า ถ้าต้องวิ่งซ้ายตลอดก็ไม่ถึงที่หมายกันพอดี หากถามว่าขับรถกันไวไหม ก็เป็นปกตินะ มันอยู่ที่ว่าลูกค้าไว้ใจคนขับไหม"

          ซึ่งสรุปว่าชั่วโมงนี้ต้องใจกล้าเป็นสำคัญถึงจะขึ้นรถโดยสารสาธารณะได้อย่างภาคภูมิ?
--จบ-- 
 

          เรื่อง : ทีมข่าว CLICK
          ภาพ : ธัชกร กิจไชยภณ
          
        
  ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน

รายการอื่น ๆ ที่น่าสนใจ:

หน้าแรก   |   รู้จักมสช.   |   ข่าวสาร   |   แผนงานโครงการ   |   สื่อเผยแพร่   |   กระดานถามตอบ   |   ติดต่อ

มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.) 1168 ซอยพหลโยธิน 22 ถ.พหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
 โทร. 0-2511-5855 โทรสาร 0-2939-2122 www.thainhf.org, Email :
2003 National Health Foundation All right Reserved Terms of used.