คอลัมน์: เดินหน้าเลี้ยวซ้าย:
ไฟเหลือง
failuang@dailynews.co.th
สำรวจทรรศนะอันตรายภาคอีสาน บุรีรัมย์แชมป์ความเชื่อ มีสติ ซิ่งได้ มุกดาหาร เมาได้ ถ้าระวัง ชัยภูมิ คว้าสุดยอดอีสานเมาแล้วขับ
อาจารย์ณัฐภรณ์ เจริญธรรม สาขาวิศวกรรมขนส่ง สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เปิดเผยผลสำรวจพฤติกรรมเสี่ยงผู้ใช้รถใช้ถนนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจังหวัดละ 1,600 คน ตั้งแต่เดือนมีนาคม-กรกฎาคม 2553 ด้านทัศนคติต่อการขับรถเร็ว พบว่า มีผู้ขับขี่รถยนต์เห็นว่า การขับรถเร็วไม่น่าจะเป็นอันตราย หากเพิ่มความระมัดระวัง เฉลี่ยร้อยละ34 โดยผู้ใช้รถในจังหวัดบุรีรัมย์ ครองสัดส่วนสูงสุดกว่าครึ่งหรือร้อยละ 51 ตามด้วยมุกดาหารร้อยละ 49 หนองคายร้อยละ 47 อุดรธานีร้อยละ 45 และสกลนครร้อยละ 44
ทัศนคติเรื่องการดื่มแล้วขับ มีผู้ขับขี่รถยนต์ที่เชื่อว่า หากดื่มสุราแล้วยังครองสติได้ก็ขับรถได้ ในจังหวัดมุกดาหารร้อยละ 38 ตามด้วยหนองคายร้อยละ 34 และสกลนครร้อยละ 31 ขณะที่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ในมุกดาหารร้อยละ 42 หนองคายร้อยละ 31 และบุรีรัมย์ร้อยละ 30
จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้ที่ดื่มสุราแล้วขับขี่รถยนต์สูงสุด คือจังหวัดชัยภูมิร้อยละ 80 ตามด้วย นครพนม ร้อยละ 55 และสกลนคร ร้อยละ 48 ขณะที่จังหวัดที่มีผู้ดื่มแล้วขี่จักรยานยนต์มากที่สุด ได้แก่ ชัยภูมิ ร้อยละ 66 นครพนม ร้อยละ 55 และมหาสารคาม ร้อยละ 53
ดร.ดนัย เรืองสอน วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการส่วนสำรวจและออกแบบ สำนักทางหลวงที่ 13 กรมทางหลวง กล่าวว่า แม้สถิติการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะไม่ได้มากที่สุดของประเทศ แต่หากเทียบอัตราการเสียชีวิตต่อจีดีพีแล้วภาคตะวันออกเฉียงเหนือสูงที่สุด โดยจังหวัดที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด คือ เลย มุกดาหารนครพนม ยโสธร อำนาจเจริญ และบุรีรัมย์ ทั้งนี้อุบัติเหตุจากการใช้ความเร็วในอีสานนั้นมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่อุบัติเหตุจากการเมาสุรามีสัดส่วนสูงกว่าภาคอื่นเช่นกัน
คุณประกิต พลเดช ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม บอกว่า สาเหตุใหญ่ที่ทำให้สถิติอุบัติเหตุยังไม่ลดลงเนื่องจากวัฒนธรรมของคนไทย ที่ขาดระเบียบวินัย ความรับผิดชอบและรักสนุก ดังนั้น เพื่อแก้ปัญหาในระยะยาว กระทรวงคมนาคมได้เตรียมทำบันทึกความเข้าใจร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการเพื่อปลูกฝังค่านิยมใหม่ ๆ ให้กับเยาวชน ให้เข้าใจเรื่องสิทธิเสรีภาพ หน้าที่ และความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย และมีคุณธรรมเพื่อลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืนและถาวร.--จบ--
เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 8 ก.ย. 2553
|